บริษัทควรตั้ง “งบคาร์บอน” อย่างไร: เกณฑ์วัดผล ลดความเสี่ยง และเลือกเครื่องมือให้คุ้มค่า

webmaster

탄소예산을 통한 기업의 환경적 책임 증대 - Photorealistic Thai corporate sustainability meeting in a bright modern Bangkok office, diverse Thai...

งบคาร์บอนช่วยให้องค์กรกำหนดเพดานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แปลงเป้าหมาย ESG เป็นแผนปฏิบัติการ และติดตามต้นทุนได้จริง บทความนี้สรุปขั้นตอน ตัวชี้วัด ข้อควรระวัง และเกณฑ์เลือกซอฟต์แวร์หรือที่ปรึกษาให้เหมาะกับขนาดธุรกิจ

탄소예산을 통한 기업의 환경적 책임 증대 관련 이미지 1

บริษัทควรเริ่มตั้งงบคาร์บอนเมื่อมีการใช้พลังงาน เชื้อเพลิง การเดินทาง หรือการจัดซื้อที่ต้องการควบคุมอย่างเป็นระบบ ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยระบบราคาแพง แต่ต้องมีข้อมูลฐานและขอบเขตที่ชัดเจนก่อน
งบคาร์บอนช่วยกำหนดเพดานการปล่อยที่องค์กรยอมรับได้ แล้วเชื่อมเป้าหมาย ESG เข้ากับการตัดสินใจด้านจัดซื้อ พลังงาน การผลิต และโลจิสติกส์
สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก การเริ่มเก็บข้อมูลด้วย Spreadsheet ที่มีผู้รับผิดชอบชัดเจนอาจเหมาะสมในระยะแรก ส่วนองค์กรที่มีหลายสาขาหรือข้อมูลจำนวนมากอาจพิจารณาซอฟต์แวร์ Carbon Accounting หรือที่ปรึกษา ESG เพิ่มเติม
จุดสำคัญไม่ใช่การประกาศเป้าหมายให้ดูดี แต่คือการวัดผล ทบทวนข้อมูล และปรับแผนลดการปล่อยจากการดำเนินงานจริง
ก่อนเลือกเครื่องมือ ควรเปรียบเทียบขอบเขต Scope จำนวนแหล่งข้อมูล รูปแบบรายงาน และภาระงานของทีมภายในให้ครบถ้วน

ดูภาพรวมอย่างรวดเร็ว

  • งบคาร์บอน คือการกำหนดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุดที่องค์กรยอมรับได้ในช่วงเวลาหนึ่ง
  • ควรเริ่มจากข้อมูลฐานที่ตรวจสอบได้ แล้วเลือกเก็บข้อมูล Scope 1, Scope 2 และ Scope 3 ตามความพร้อมและความเสี่ยง
  • Spreadsheet ซอฟต์แวร์บัญชีคาร์บอน และที่ปรึกษา ESG เหมาะกับระดับความซับซ้อนของข้อมูลที่ต่างกัน
ทางเลือก ความเหมาะสม จุดเด่น ข้อควรระวัง
Spreadsheet ธุรกิจที่เพิ่งเริ่มเก็บข้อมูลและมีแหล่งข้อมูลไม่มาก เริ่มได้รวดเร็ว ปรับรูปแบบตารางได้ตามงาน เสี่ยงต่อการกรอกข้อมูลซ้ำ สูตรผิด หรือการควบคุมเวอร์ชันไม่ชัดเจน
ซอฟต์แวร์ Carbon Accounting องค์กรที่มีหลายสาขา หลายหน่วยงาน หรือข้อมูลใช้ซ้ำต่อเนื่อง ช่วยรวมข้อมูล ติดตามสถานะ และจัดรูปแบบรายงานได้เป็นระบบ ควรตรวจสอบการเชื่อมต่อข้อมูล ขอบเขต Scope และงานที่ทีมยังต้องทำเอง
ที่ปรึกษา ESG องค์กรที่ต้องวางกรอบวิธีทำงาน ตรวจสอบข้อมูล หรือออกแบบแผน ช่วยกำหนดขอบเขต วิธีเก็บข้อมูล และจุดเสี่ยงที่ควรแก้ ต้องระบุขอบเขตงาน ผลส่งมอบ และบทบาทของทีมบริษัทให้ชัดเจน
Advertisement

งบคาร์บอนช่วยเพิ่มความรับผิดชอบของบริษัทได้อย่างไร

สรุป 3 ข้อ: กำหนดเพดาน วัดผลได้ และเชื่อมเป้าหมายกับการตัดสินใจลงทุน

งบคาร์บอนไม่ใช่งบประมาณเป็นตัวเงินเพียงอย่างเดียว แต่เป็น เพดานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่องค์กรตั้งไว้สำหรับช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อมีเพดานที่ชัดเจน ทีมงานจะเห็นว่าการใช้ไฟฟ้า เชื้อเพลิง การเดินทาง หรือการขนส่งสัมพันธ์กับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างไร

ประโยชน์ข้อแรกคือการเปลี่ยนคำว่า “อยากลดคาร์บอน” ให้เป็นแผนที่ติดตามได้ ประโยชน์ข้อที่สองคือช่วยให้ผู้บริหารเปรียบเทียบทางเลือกลงทุน เช่น การปรับปรุงพลังงานหรือการเปลี่ยนขั้นตอนทำงาน โดยดูผลต่อการปล่อยควบคู่กับต้นทุนดำเนินงาน ประโยชน์ข้อที่สามคือทำให้แต่ละฝ่ายมีหน้าที่ชัดขึ้น ไม่ปล่อยให้ ESG เป็นงานของทีมใดทีมหนึ่งเท่านั้น

งบคาร์บอนไม่ใช่เพียงรายงาน ESG แต่เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงและต้นทุน

หากองค์กรเก็บข้อมูลคาร์บอนเฉพาะตอนต้องจัดทำรายงาน ข้อมูลมักกระจัดกระจายและยากต่อการนำไปตัดสินใจ แต่เมื่อกำหนดงบคาร์บอนเป็นรอบการบริหารงาน ข้อมูลเดียวกันสามารถใช้ติดตามความเปลี่ยนแปลงของการใช้พลังงาน เชื้อเพลิง และกิจกรรมในห่วงโซ่คุณค่าได้

จุดที่ควรระวังคือ งบคาร์บอนไม่ได้มีตัวเลขมาตรฐานเดียว ที่ใช้ได้กับทุกบริษัท ขนาดธุรกิจ จำนวนสาขา ลักษณะการผลิต คุณภาพข้อมูล และความคาดหวังของลูกค้าหรือคู่ค้า ล้วนทำให้รูปแบบการตั้งเป้าหมายต่างกัน

Advertisement

เริ่มจากข้อมูลใด และควรกำหนดขอบเขต Scope 1–3 แค่ไหน

สร้างข้อมูลฐานจากพลังงาน เชื้อเพลิง การเดินทาง และการจัดซื้อ

ขั้นแรกคือจัดทำ ข้อมูลฐานการปล่อย จากกิจกรรมที่องค์กรมีหลักฐานอยู่แล้ว เช่น ข้อมูลการใช้ไฟฟ้าหรือไอน้ำ เชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะและเครื่องจักร การเดินทางเพื่อธุรกิจ การขนส่ง และการจัดซื้อ ข้อมูลฐานนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งเพดานที่มีเหตุผล

ในการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก องค์กรมักแยกข้อมูลเป็น Scope 1, Scope 2 และ Scope 3 โดย Scope 1 คือการปล่อยโดยตรงจากแหล่งที่องค์กรควบคุม เช่น เชื้อเพลิงในยานพาหนะหรือเครื่องจักร ส่วน Scope 2 คือการปล่อยทางอ้อมจากพลังงานที่ซื้อมาใช้ เช่น ไฟฟ้าหรือไอน้ำ

สำหรับ Scope 3 จะครอบคลุมการปล่อยทางอ้อมในห่วงโซ่คุณค่า เช่น การจัดซื้อ การขนส่ง การเดินทาง และการใช้สินค้า ขอบเขตนี้มักเกี่ยวข้องกับข้อมูลจากหลายฝ่ายและคู่ค้า จึงควรวางวิธีขอข้อมูลล่วงหน้า ไม่ควรคาดหวังว่าทีมเดียวจะรวบรวมได้ทั้งหมดในครั้งแรก

เลือกขอบเขตตามความพร้อม ความเสี่ยง และความต้องการของลูกค้าหรือคู่ค้า

ธุรกิจไม่จำเป็นต้องเริ่มเก็บทุกหมวดพร้อมกัน หากข้อมูล Scope 1 และ Scope 2 ยังไม่เป็นระบบ ควรทำให้ข้อมูลสองส่วนนี้มีเจ้าของข้อมูล รอบส่งข้อมูล และหลักฐานอ้างอิงที่ชัดเจนก่อน จากนั้นจึงเลือกขยายไปยัง Scope 3 ที่มีนัยสำคัญต่อธุรกิจหรือเป็นข้อมูลที่ลูกค้าและคู่ค้าต้องการ

คำถามที่ควรถามคือ ข้อมูลส่วนใดมีอยู่แล้ว ส่วนใดต้องขอจากผู้ขายหรือผู้ให้บริการ และส่วนใดหากไม่เก็บจะทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน การลงทุนเก็บข้อมูล Scope 3 ควรสัมพันธ์กับความพร้อมของห่วงโซ่อุปทาน ไม่ใช่เพิ่มขอบเขตเพียงเพราะต้องการให้รายงานดูครอบคลุม

Advertisement

เปรียบเทียบเครื่องมือจัดการข้อมูลคาร์บอน: Spreadsheet ซอฟต์แวร์ หรือที่ปรึกษา

ตารางเปรียบเทียบต้นทุน ความเร็ว ความเสี่ยงด้านข้อมูล และความสามารถในการขยายระบบ

Spreadsheet เหมาะกับการเริ่มต้นเมื่อจำนวนแหล่งข้อมูลยังจำกัด และทีมสามารถตรวจสอบสูตรกับไฟล์ต้นทางได้สม่ำเสมอ จุดแข็งคือมีความยืดหยุ่น แต่เมื่อเพิ่มสาขา เพิ่มผู้ใช้งาน หรือเพิ่ม Scope 3 ความเสี่ยงด้านการนับซ้ำและการใช้ไฟล์คนละเวอร์ชันจะสูงขึ้น

ซอฟต์แวร์บัญชีคาร์บอน เหมาะเมื่อองค์กรต้องการรวมข้อมูลจากหลายหน่วยงาน ติดตามสถานะการส่งข้อมูล หรือสร้างรายงานในรูปแบบที่ใช้ซ้ำได้ อย่างไรก็ตาม การซื้อระบบไม่ได้ทำให้ข้อมูลถูกต้องโดยอัตโนมัติ ทีมงานยังต้องกำหนดเจ้าของข้อมูล ตรวจสอบเอกสารต้นทาง และเข้าใจขอบเขตการคำนวณ

การใช้ ที่ปรึกษา ESG มีประโยชน์เมื่อองค์กรต้องการจัดวางกรอบการทำงาน ออกแบบวิธีเก็บข้อมูล ตรวจทานช่องว่าง หรือช่วยให้ฝ่ายการเงิน ฝ่ายปฏิบัติการ และฝ่ายจัดซื้อใช้ภาษาชุดเดียวกัน แต่ควรแยกให้ชัดว่าอะไรคือคำแนะนำ อะไรคือการลงมือเก็บข้อมูล และอะไรคือการตรวจสอบข้อมูล

คำถามสำคัญก่อนขอเดโมระบบหรือใบเสนอราคาบริการ

ก่อนดูเดโมซอฟต์แวร์ Carbon Accounting หรือขอใบเสนอราคาที่ปรึกษา ควรถามให้ชัดว่าระบบรองรับ Scope ใดบ้าง รับข้อมูลจากแหล่งใดได้ มีวิธีติดตามข้อมูลที่ยังไม่ครบหรือไม่ และรายงานที่สร้างได้ตอบโจทย์ผู้บริหาร ลูกค้า หรือคู่ค้าของบริษัทหรือเปล่า

หากใช้บริการที่ปรึกษา ควรระบุจำนวนสาขา หน่วยงาน ประเภทข้อมูล และความคาดหวังต่อรายงานตั้งแต่ต้น รวมถึงถามว่าใครต้องจัดเตรียมข้อมูล ใครเป็นผู้ตรวจทาน และหากมีการเปลี่ยนข้อมูลระหว่างโครงการจะจัดการอย่างไร

Advertisement

ขั้นตอนตั้งเพดานการปล่อยและนำไปใช้กับแผนงานจริง

กำหนดปีฐาน เป้าหมาย ระยะเวลา และผู้รับผิดชอบ

การตั้งงบคาร์บอนควรเริ่มจากการเลือก ปีฐาน ที่มีข้อมูลเพียงพอและตรวจสอบที่มาได้ จากนั้นกำหนดช่วงเวลาของเป้าหมาย ขอบเขต Scope ที่จะติดตาม และผู้รับผิดชอบของแต่ละข้อมูล ไม่ควรตั้งเป้าหมายก่อนรู้ว่าข้อมูลฐานมาจากอะไรบ้าง

ควรบันทึกวิธีคำนวณ แหล่งข้อมูล และสมมติฐานที่ใช้ทุกครั้ง เพราะเมื่อมีการเปลี่ยนสาขา เปลี่ยนกระบวนการ หรือได้ข้อมูลใหม่ ทีมจะย้อนตรวจสอบความต่างได้ ไม่ควรเปลี่ยนวิธีคำนวณโดยไม่มีบันทึกประกอบ

แปลงเป้าหมายเป็นตัวชี้วัดของฝ่ายจัดซื้อ อาคาร การผลิต และโลจิสติกส์

งบคาร์บอนจะใช้งานได้จริงเมื่อเชื่อมกับงานประจำของแต่ละฝ่าย ฝ่ายอาคารอาจติดตามการใช้พลังงาน ฝ่ายผลิตติดตามเชื้อเพลิงหรือการใช้เครื่องจักร ฝ่ายโลจิสติกส์ดูข้อมูลการขนส่ง ส่วนฝ่ายจัดซื้ออาจวางแนวทางขอข้อมูลจากผู้ขายในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับ Scope 3

การกำหนดตัวชี้วัดควรอยู่ในระดับที่ฝ่ายนั้นควบคุมหรือมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจได้ ไม่ควรมอบเป้าหมายกว้างเกินไปโดยไม่มีข้อมูลหรืออำนาจดำเนินการรองรับ

ทบทวนผลรายเดือนหรือรายไตรมาส พร้อมบันทึกเหตุผลเมื่อข้อมูลเปลี่ยน

รอบทบทวนอาจเป็นรายเดือนหรือรายไตรมาสตามความพร้อมของข้อมูล สิ่งสำคัญคือดูทั้งตัวเลขและสาเหตุ เช่น ข้อมูลจากสาขายังไม่ครบ กิจกรรมดำเนินงานเปลี่ยน หรือมีการปรับวิธีรวบรวมข้อมูล การบันทึกเหตุผลช่วยให้การเปรียบเทียบในแต่ละรอบไม่ชวนให้เข้าใจผิด

Advertisement

จุดเสี่ยงที่พบบ่อยในการทำงบคาร์บอนและการสื่อสาร ESG

ใช้ข้อมูลไม่ครบหรือเปลี่ยนวิธีคำนวณโดยไม่บันทึก

탄소예산을 통한 기업의 환경적 책임 증대 관련 이미지 2

ข้อผิดพลาดที่พบได้คือการใช้ข้อมูลจากบางสาขาแล้วสรุปเป็นภาพรวมทั้งบริษัท การนับข้อมูลกิจกรรมซ้ำ หรือเลือกค่า emission factor ที่ไม่เหมาะกับข้อมูลกิจกรรมนั้น วิธีป้องกันพื้นฐานคือทำรายการแหล่งข้อมูล ผู้รับผิดชอบ วันที่รับข้อมูล และหลักฐานอ้างอิงให้ตรวจสอบได้

เน้นซื้อคาร์บอนเครดิตก่อนวางแผนลดการปล่อยจริง

การชดเชยคาร์บอนไม่ได้ทดแทนการลดการปล่อยจากการดำเนินงานโดยตรง หากองค์กรพิจารณาการชดเชย ควรแยกแผน “ลดจริง” ออกจากแผน “ชดเชย” ให้ชัด และพิจารณาคุณภาพ วิธีการตรวจสอบ และความเหมาะสมของโครงการก่อนสื่อสารต่อสาธารณะ

สื่อสารคำกล่าวอ้างด้านสิ่งแวดล้อมเกินกว่าหลักฐานที่มี

การสื่อสาร ESG ควรอธิบายสิ่งที่องค์กรทำจริง ขอบเขตข้อมูลที่ใช้ และข้อจำกัดที่ยังมี หากยังเก็บข้อมูลได้ไม่ครบทุก Scope ก็ควรระบุให้ชัดเจน การสื่อสารที่ตรงไปตรงมาช่วยลดความเสี่ยงจากความเข้าใจเกินจริงมากกว่าการใช้ถ้อยคำกว้าง ๆ ที่พิสูจน์ไม่ได้

Advertisement

เกณฑ์เลือกและเปรียบเทียบทางเลือกก่อนลงทุน — ขั้นตัดสินใจ

ธุรกิจขนาดเล็กควรเริ่มแบบใดเพื่อควบคุมงบประมาณ

ธุรกิจขนาดเล็กที่มีแหล่งข้อมูลไม่มากอาจเริ่มด้วย Spreadsheet ที่ออกแบบช่องข้อมูลให้สอดคล้องกับ Scope ที่เลือก พร้อมกำหนดผู้ตรวจสอบและรอบอัปเดตที่แน่นอน เมื่อข้อมูลเริ่มเพิ่มขึ้นหรือการติดตามด้วยไฟล์ทำให้ทีมใช้เวลามากเกินไป จึงค่อยเปรียบเทียบซอฟต์แวร์บัญชีคาร์บอน

การจ้างที่ปรึกษาอาจเหมาะในช่วงที่ต้องกำหนดกรอบงานครั้งแรก หรือเมื่อต้องการให้ช่วยตรวจจุดเสี่ยงของข้อมูล โดยไม่จำเป็นต้องมอบทุกขั้นตอนให้ภายนอกทำแทนทีมบริษัท

บริษัทที่มีหลายสาขาหรือซัพพลายเออร์จำนวนมากควรดูฟังก์ชันใด

องค์กรที่มีหลายสาขาควรดูความสามารถในการแยกข้อมูลตามสถานที่ หน่วยงาน หรือช่วงเวลา รวมถึงการติดตามสถานะว่าข้อมูลใดส่งแล้วหรือยังไม่ครบ สำหรับองค์กรที่มีผู้ขายจำนวนมาก ควรดูแนวทางรับและจัดเก็บข้อมูล Scope 3 ความสามารถในการแนบหลักฐาน และการกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งาน

อย่าดูเพียงหน้าจอรายงาน ควรถามว่าระบบรับข้อมูลจริงจากกระบวนการทำงานปัจจุบันได้แค่ไหน เพราะต้นทุนการบริหารคาร์บอนอาจรวมถึงการเก็บข้อมูล การตรวจสอบ การปรับปรุงพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนทำงานด้วย

เช็กลิสต์ขอบเขตงาน ราคา การเชื่อมต่อข้อมูล และการสนับสนุนหลังเริ่มใช้

ก่อนตัดสินใจ ควรขอรายละเอียดว่าใบเสนอราคาครอบคลุม Scope ใด จำนวนสาขาเท่าไร จำนวนผู้ใช้งานหรือแหล่งข้อมูลใดบ้าง รวมถึงรูปแบบรายงานที่ได้รับ หากเป็นซอฟต์แวร์ ควรถามเรื่องการเชื่อมต่อข้อมูล การส่งออกข้อมูล และการสนับสนุนหลังเริ่มใช้ หากเป็นที่ปรึกษา ควรถามถึงผลส่งมอบ รอบประชุม และบทบาทของทีมภายในอย่างชัดเจน

Advertisement

เกณฑ์เลือกและเปรียบเทียบทางเลือก

ตรวจสอบขอบเขต Scope ว่าต้องการเริ่มจากส่วนใดก่อน ตรวจจำนวนสาขาและแหล่งข้อมูล เพื่อประเมินภาระเก็บข้อมูล เปรียบเทียบรูปแบบรายงาน ว่าตรงกับการใช้งานจริงหรือไม่ แยกต้นทุนระบบออกจากต้นทุนการเตรียมข้อมูล และ กำหนดผู้รับผิดชอบภายใน ก่อนเริ่มโครงการ

ขอขอบเขตงานและใบเสนอราคาที่ระบุ Scope จำนวนสาขา และรูปแบบรายงานให้ชัดเจน แล้วจึงเปรียบเทียบซอฟต์แวร์ Carbon Accounting หรือบริการที่ปรึกษา ESG บนเงื่อนไขเดียวกัน

Advertisement

สรุปท้ายบทความ

งบคาร์บอนทำให้องค์กรย้ายจากการพูดเรื่องความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมไปสู่การกำหนดเพดาน วัดผล และปรับการดำเนินงานได้จริง จุดเริ่มต้นที่ดีคือข้อมูลฐานที่ตรวจสอบได้และขอบเขตที่ทีมเข้าใจตรงกัน

เครื่องมือที่เหมาะสมไม่จำเป็นต้องซับซ้อนที่สุด แต่ควรเหมาะกับจำนวนข้อมูล ความพร้อมของบุคลากร และเป้าหมายการใช้งานในระยะถัดไป การลดการปล่อยจากการดำเนินงานควรเป็นแกนหลัก ส่วนการชดเชยควรถูกพิจารณาอย่างรอบคอบและสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา

Advertisement

ข้อมูลที่ควรรู้เพิ่มเติม

1. เก็บเอกสารต้นทางควบคู่กับตัวเลขสรุป เพื่อให้ย้อนตรวจสอบได้

2. กำหนดคำจำกัดความข้อมูลให้เหมือนกันทุกสาขา ลดปัญหานับซ้ำหรือขาดช่วง

3. บันทึกทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนวิธีคำนวณหรือแหล่งข้อมูล

4. แยกผลจากการลดการปล่อยจริงออกจากผลจากการชดเชยคาร์บอน

ข้อควรระวังสำคัญ

ต้นทุนซอฟต์แวร์ ที่ปรึกษา การทวนสอบ และการปรับปรุงกระบวนการแตกต่างกันตามขนาดองค์กร จำนวนสาขา คุณภาพข้อมูล และ Scope ที่ต้องการ ข้อกำหนดด้านการรายงานหรือการเปิดเผยข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงตามอุตสาหกรรม คู่ค้า ตลาดทุน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขที่ใช้กับองค์กรของตนก่อนตัดสินใจลงทุนหรือเผยแพร่คำกล่าวอ้างด้านสิ่งแวดล้อม

คำถามที่พบบ่อย

Q1. บริษัทขนาดเล็กจำเป็นต้องใช้ซอฟต์แวร์จัดการคาร์บอนหรือไม่?

A1. ไม่จำเป็นเสมอไป หากแหล่งข้อมูลยังไม่มากและทีมสามารถควบคุมการเก็บข้อมูลด้วย Spreadsheet ได้อย่างเป็นระบบ ธุรกิจอาจเริ่มจากตารางข้อมูลที่มีผู้รับผิดชอบชัดเจนก่อน แล้วประเมินซอฟต์แวร์เมื่อจำนวนสาขา ข้อมูล หรือความต้องการรายงานเพิ่มขึ้น

Q2. การจ้างที่ปรึกษาจัดทำงบคาร์บอนควรตรวจสอบรายละเอียดค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

A2. ควรตรวจสอบว่าใบเสนอราคาครอบคลุม Scope ใด จำนวนสาขา แหล่งข้อมูล รูปแบบรายงาน การตรวจทานข้อมูล และการสนับสนุนหลังส่งมอบหรือไม่ ควรถามให้ชัดเจนว่างานใดเป็นหน้าที่ของที่ปรึกษา และงานใดที่ทีมบริษัทต้องจัดเตรียมเอง

Q3. ควรเริ่มเก็บข้อมูล Scope 3 เมื่อใด และจำเป็นสำหรับทุกธุรกิจหรือไม่?

A3. ควรเริ่มเมื่อองค์กรมีความพร้อมด้านข้อมูล หรือเมื่อ Scope 3 มีความสำคัญต่อความเสี่ยง ห่วงโซ่อุปทาน ลูกค้า หรือคู่ค้าของธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องเก็บทุกหมวดพร้อมกันสำหรับทุกบริษัท ควรเลือกจากความเกี่ยวข้อง คุณภาพข้อมูล และความสามารถในการนำผลไปใช้ตัดสินใจจริง